+123 456 4444

งานปัก ศิลปะบนพื้นผ้า

การใส่เสื้อผ้าที่สวยงามมีความประณีตจะส่งเสริมให้ผู้สวมใส่ดูมีสง่าราศี สวยงามน่าดูน่ามอง แต่หากมีการสวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่สวยหรือมีลวดลายที่หยาบกระด้าง จะส่งผลให้ผู้ที่สวมใสดูไม่งาม ไม่น่ามอง เดินไปไหนมาไหนก็ไม่มีผู้สนใจ สำหรับเสื้อผ้าแล้ว นอกจากเนื้อผ้าที่ดูดีมีคุณภาพแล้ว การเพิ่มรายปักบนพื้นผ้าจะทำให้เนื้อผ้าดูมีคุณค่าน่ามองมากยิ่งขึ้น เพราะลายปักที่ปักด้วยความตั้งใจของผู้ปักจะช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับผลงานปักได้             ซึ่งการปักผ้าจัดเป็นงานศิลปะที่เกิดขึ้นมาหลายยุคหลายสมัย ซึ่งลวดลายในการปักก็มีความหลากหลายตามลักษณะการดำรงชีวิต วิถีชีวิตและความเชื่อ แต่ในปัจจุบันนี้ลวดลายที่ทำการปักบนพื้นผ้าหรือเสื้อผ้าทำเพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับเสื้อผ้า ซึ่งการปักผ้าในยุคนี้มีสามารถทำการปักด้วยเครื่องจักร ที่ทำการปักได้ในปริมาณมากและรวดเร็วกว่าการปักด้วยมือ ทว่าการปักด้วยมือถึงแม้จะช้า เสียเวลาในการทำมาก แต่ความสวยงามและความประณีตของงานที่ปักออกมาจะไม่เหมือนกัน เพราะชิ้นงานที่ปักด้วยเครื่องจักรจะมีความละเอียดน้อยกว่าการปักด้วยมือ นอกจากนั้นคุณค่าทางด้านจิตใจก็สูงค่ากว่า เนื่องจากชิ้นงานที่การปักด้วยมือล้วนทำการปักจากใจ ลงเข็มที่ละเข็ม จากล่างขึ้นบน จากบนลงล่างที่ ทำการปักที่ละเส้นจนกลายเป็นภาพที่ต้องการ             การปักผ้าจึงจัดเป็นงานศิลปะแขนงหนึ่งที่เพิ่มความงดงามให้กับเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มที่ใส่อยู่ให้มีความสวยงามมากขึ้นได้ เพราะผ้าพื้นที่ไม่มีลวดลาย เมื่อเพิ่มลายปักลงไปเพียงเล็กน้อย จะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับพื้นผ้าได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการปักด้วยมือที่มีความละเอียดและประณีตสูง แม้ว่าราคาของผ้าปักจะมีมูลค่าสูง แต่ก็ยังเป็นที่ต้องการของท้องตลาด เพราะว่าคนที่เสพความงาม เสพคุณค่าทางด้านจิตใจยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นหากต้องการเพิ่มคุณค่าให้กับพื้นผ้าหรือเสื้อผ้าที่มีอยู่ การใช้ศิลปะการปักผ้าเข้ามาช่วยจะทำให้พื้นผ้าที่ดูไร้ราคาเปลี่ยนเป็นผ้าที่ทรงคุณค่าได้ไม่ยาก             ดังนั้นสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการปักผ้าด้วยมือ คุณนับว่าเป็นคนที่ทรงคุณค่าไม่น้อย เพราะงานศิลปะการปักผ้าไม่ว่าชนชาติใด ยุคสมัยใด ล้วนเป็นที่ยอมรับว่าเป็นผลงานที่ทรงคุณค่าและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งหากทำด้วยความใส่ใจและความรักในงานที่ทำ การปักมือจึงเป็นงานฝีมือที่จะเปลี่ยนผ้าธรรมดาให้กลายมาเป็นผ้าที่มีคุณค่าสูงได้

พัฒนากล้ามเนื้อเด็กให้แข็งแรงด้วยงานศิลปะ

เด็กเป็นวัยที่ต้องได้รับการพัฒนาทั้งด้านร่างกายและสมองไปพร้อมกัน ซึ่งหากเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 3 ปีแรกไม่ได้รับการพัฒนาที่เหมาะสมแล้ว จะทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ช้ากว่าปกติ ทั้งด้านภาษา การสื่อสาร การจดจำและการเรียนรู้ ดังนั้นช่วง 3 ปีแรกจึงถือว่าเป็นช่วงเวลาที่มีค่าที่สุดสำหรับการพัฒนาเด็ก ซึ่งการพัฒนาเด็กควรให้ความสำคัญทั้งด้านสมองและด้านร่างกายไปพร้อมกัน ซึ่งการพัฒนาร่างกายนั้น สามารถทำได้ด้วยการรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ และเสริมด้วยการทำงานศิลปะจึงจะช่วยพัฒนากล้ามเนื้อสมองให้มีความเข็งแรงได้             เด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 3 ปีแรกเป็นวัยที่อยู่ในช่วงของการเรียนรู้ทั้งด้านร่างกายและสมอง ซึ่งวันนี้จะกล่าวถึงการเรียนรู้จะเน้นไปในด้านการสร้างกล้ามเนื้อส่วนต่างของร่างกาย โดยเฉพาะกล้ามเนื้อมัดเล็กและกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่ใช้ในการหยิบจับ ซึ่งพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อจะเกิดขึ้นจากการใช้อวัยวะในการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การยืน การเดิน การหยิบจับ เป็นต้น ซึ่งการเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อนอกจากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์แล้ว การทำงานศิลปะสามารถช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อได้เช่นเดียวกัน ลักษณะของงานศิลปะที่สามารถช่วยได้ เช่น การวาดรูป การระบายสี การปั้นดินน้ำมัน การต่อตัวต่อ เป็นต้น ซึ่งในขณะที่ทำงานเหล่านี้ เด็กจะมีการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ในการหยิบจับพู่กัน ดินสอสีหรือดินน้ำมัน เพื่อทำให้เกิดรูปภาพหรือรูปร่างตามภาพที่อยู่ในสมอง ซึ่งการใช้กล้ามเนื้อเป็นประจำจะทำให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรงและมีการพัฒนาอย่างเหมาะสมกับช่วงวัย นอกจากขนาดของกล้ามเนื้อที่จะสมส่วนแล้ว การประสานงานระหว่างสมองและกล้ามเนื้อจะทำงานประสานกันได้เป็นอย่างดี ทำให้เด็กสามารถสร้างผลได้งานตรงตามความคิดมากขึ้น ถึงแม้ว่าครั้งแรกอาจจะไม่ได้ดังใจ แต่เมื่อทำบ่อย ๆ ทำซ้ำ ๆ เป็นประจำ ระบบการทำงานย่อมดีขึ้นตามลำดับ สำหรับสีสันของสิ่งที่นำมาให้เด็กเล่นควรมีสีสันที่สดใส เพื่อกระตุ้นความสนใจของเด็กให้อยู่กับทำงานศิลปะได้นานขึ้น […]

ศิลปะแบบไหนที่ช่วยพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้นได้

คุณคิดว่างานศิลปะช่วยพัฒนาชีวิตได้จริงหรือ แล้วคุณคิดว่างานศิลปะแบบไหนบ้างที่สามารถช่วยพัฒนาชีวิตได้ หลายครั้งที่เรามักได้ยินว่าหากต้องการให้ชีวิตดีขึ้น ให้เข้ามาทำงานศิลปะแล้ว ชีวิตของคุณจะพัฒนาขึ้น ซึ่งความเป็นจริงแล้วงานศิลปะสามารถพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้นได้จริง แต่ว่าการพัฒนาที่กล่าวถึงนี้ไม่ได้หมายถึงการช่วยเพิ่มเงินหรือเพิ่มรายได้ให้สูงขึ้น เพราะงานศิลปะบางครั้งไม่สามารถขายตีค่าเป็นเงินได้ เนื่องจากงานบางอย่างสำหรับบางคนมีค่า แต่สำหรับอีกคนอาจจะไม่มีค่าเลย ทว่างานศิลปะสามารถช่วยพัฒนาจิตใจที่จะส่งผลให้ชีวิตดีขึ้นได้ เริ่มจากการเลือกงานศิลปะที่จะทำนั้น ควรเลือกงานแบบที่ตนเองมีความชอบหรือความรักในนั้น เพราะความรักและความชอบจะทำให้รู้สึกมีความสุขในการทำงานศิลปะดังกล่าว ซึ่งงานศิลปะไม่จำเป็นต้องเป็นการวาดรูป การระบายเท่านั้น แต่งานศิลปะยังมีอีกหลายแขนงให้คุณเลือกทำ เช่น การจัดดอกไม้ การพับกระดาษ การตัดเย็บ การถักนิตติ้ง การถักโครเชต์ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นงานศิลปะที่ช่วยทำให้จิตใจรู้สึกผ่อนคลาย มีสมาธิในระหว่างที่ทำ มีความสุข รู้สึกเพลิดเพลิน เพราะจิตใจจดจ่ออยู่กับงานที่รักที่ชอบ การทำงานศิลปะไม่จำเป็นต้องออกมาสวยตามคำนิยามของใคร แต่ว่าต้องสวยในแบบของตัวผู้ทำมากกว่า เนื่องจากความชอบของแต่ละคนนั้นต่างกัน บางคนชอบสีเหลือง บางคนชอบสีชมพู บางคนชอบสีเขียว ดังนั้นผลงานชิ้นเดียวกัน คนมองสิบคนก็ให้ความรู้สึกสิบแบบ ดังนั้นงานที่ทำออกมาขอเพียงคุณมีความสุขและสนุกกับการลงมือทำก็ถือว่างานศิลปะนั้นทำให้ชีวิตของคุณพัฒนาขึ้นแล้ว เพราะว่าเมื่อคุณมีความสุข จิตใจของคุณก็สงบ สบาย ไม่มีความเครียด ไม่มีความวิตกกังวล มีสมาธิมากขึ้น เมื่อไปทำกิจวัตรประจำวันอื่น ๆ ก็จะทำให้ผลงานที่ออกมาดีขึ้น ซึ่งงานศิลปะบางอย่างที่ทำออกเรื่อย ๆ มีการพัฒนาฝีมือ อาจจะสามารถต่อยอดเพื่อสร้างเป็นรายได้เสริมให้กับตนเองได้ เช่น การเย็บกระเป๋า การถักหมวก การถักเสื้อ […]